ฤกษ์ออกรถ 2558 ตามวันเกิดสีรถถูกโฉลกประจำวันเกิด

การตรวจรับรถใหม่ป้ายแดง

นอกจากการพิจารณาเรื่องฤกษ์ออกรถใหม่แล้ว การตรวจรับรถใหม่ เป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับผู้ที่ซื้อรถ เพราะถ้าตรวจเช็คแล้วพบปัญหาของรถตั้งแต่ต้น การแก้ไขนั้นจะง่ายกว่าการพบปัญหาหลังจากการรับรถไปแล้วมากๆๆ โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่เคยใช้รถหรือมีความรู้เรื่องรถมาก่อนควรจะพาคนที่มีความรู้และไว้ใจได้ไปรับรถด้วย เพราะรถหนึ่งคันราคาเกือบล้านเชียวนะ วันนี้เรามีการตรวจรับรถป้ายแดงมาเป็นความรู้เบื้องต้นให้ท่านทราบกันครับ

1. การตรวจรับสภาพภายนอก

1.1 ตรวจสอบสีรถ สนิม รอยบุบ สภาพใต้ท้องรถ โดยหลีกเลี่ยงการดูกลางแจ้ง เพราะแสงที่จ้าเจินเกินไปจะทำให้ดูและสังเกตยาก

1.2 สัญญาณไฟต่างๆ ไฟหน้า ไฟหลัง ไฟตัดหมอก (ถ้ามี) ไฟท้าย ไฟเบรค ไฟเลี้ยว ไฟเครื่องยนต์ ไฟสัญญาณเตือนต่าง ( รถส่วนใหญ่สามารถสังเกตไฟ ได้ตอน Start รถยนต์ )

1.3 ประตู ทดสอบเปิด-ปิดประตูทุกบาน ทดสอบระบบล็อค

1.4 กระโปรงหน้า-หลัง ทดสอบการเปิด-ปิด การล็อค

1.5 ยางรถยนต์ ตรวจสอบปีผลิต รอยวิ่ง สภาพของแม็กซ์

1.6 ยางขอบประตู ต้องเป็นของใหม่

1.7 ที่ปัดน้ำฝน ต้องเป็นของใหม่

1.8 อุปกรณ์ช่างท้ายรถ ทั้งแม่แรง ล้ออะไหล่ ประแจ ข้อนี้มือใหม่มักจะลืมดูกันนะครับ

2. การตรวจรับสภาพรถภายใน

2.1 เบาะนั่งรถยนต์ ตรวจสอบว่าเบาะถูกต้องตามเสป็ก วัสดุ เช่น หนังแท้ พียู หรือสี และตรวจสอบรอยฉีกขาดของเบาะ คราบเปื้อนต่างๆ

2.2 ตรวจสอบอุปกรณ์ตกแต่ง เช่น ลายไม้ด้านหน้าและด้านข้างประตู ช่องเก็บของที่เป็นชุดเสริม

2.3 เช็คระบบควบคุมเบาะนั่งรถยนต์ ทอลองปรับมุม ปรับเข้าออก ปรับเอียง ปรับพนักพิงหัว

2.4 เช็คสภาพของเข็มขัดนิรภัย ด้านหน้าหลัง ดูสภาพ ทดสอบเบื้องต้นโดยการลองกระตุก

3. ตรวจรับระบบไฟฟ้า

3.1 ทดสอบระบบไฟของกระจกหน้าต่าง กระจกข้าง ลองปรับมุม พับเก็บ ระวังเรื่องกรณีรถติดฟิล์มใหม่ด้วยนะครับ

3.2 เช็คระบบบังคับพวงมาลัย หมุนซ้ายสุด ขวาสุด ดูว่ามีเสียงผิดปกติหรือไม่

3.3 เช็คการทำงานของที่ปัดน้ำฝน ไฟเลี้ยว และระบบสเปร์น้ำ

3.4 ทดสอบระบบแอร์ ดูว่าเย็นหรือไม่ ทดสอบลงปรับระดับพัดลมเบาสุดและแรงสุด

3.5 เช็คไฟแสดงสถานะของเกียร์ เช่น D L R

3.6 เช็คระบบเซ็นทรัลล็อค

3.7 เช็คระบบรีโมทเปิดประตูรถ และกรณีที่ติดตั้งสัญญาณกันขโมยต้องลองเปิด ปิด หรือรีเซ็ตระบบให้เรียบร้อย

4. เช็คเครื่องยนต์

4.1 ลอง Start เครื่องดูความสั่นของเครื่องยนต์ รอบเดินเบา เสียงของสายพาน ต้องไม่ดังจนผิดปกติ

4.2 เช็คสภาพห้องเครื่องยนต์ ใต้ห้องเครื่อง ต้องไม่สกปรก หรือมีน้ำมันหยด

4.3 เช็คหม้อน้ำ ระดับน้ำหล่อเย็นของเครื่องยนต์

4.4 เช็คระบบหล่อลื่น น้ำ้มันเครื่อง น้ำมันเบรค น้ำมันเกียร์ น้ำมันพวงมาลัย ระดับน้ำกลั่นแบตเตอร์รี่ อย่าลืมสอบถามช่างตอนรับเครื่องว่าถังของนำมันต่างๆอยู่ตรงไหน เพราะแต่ละยี่ห้อและรุ่นก็จะแตกต่างกันออกไป

5. เช็คปัญหาเฉพาะรุ่นของรถ

ข้อนี้สำคัญมาก เพราะเราจะเห็นกันบ่อยๆว่ารถแต่ละรุ่นมักจะมีปัญหาเฉพาะตัวเสมอๆ จึงควรเช็คข้อมูลใน Club ของรถยนต์แต่ละรุ่น เพื่อตรวจสอบว่าผู้อื่นที่ซื้อรถไปแล้วเค้าเจอปัญหาอะไรกันบ้าง โดยควรจะทำการ List ปัญหาไปแล้วทำการตรวจเช็คที่ละข้อ เพราะการแก้ปัญหาก่อนรับรถและหลังรับรถนั้นยากกว่ากันเยอะ

หวังว่าข้อมูลต่างๆเหล่านี้จะมีประโยชน์กับทุกท่านบ้าง ไม่มากก็น้อยนะครับ ^^